ยอดมนุษย์เงินเดือน

เข้าใจชีวิตมนุษย์เงินเดือน กับ ยอดมนุษย์เงินเดือน

จริงๆ แล้ว Post นี้ผมเขียนตั้งแต่ดูหนังเรื่องนี้จบจากโรงแต่ด้วยอะไรหลายอย่าง ทำให้ผมเขียนไม่จบเลย Save Draft ทิ้งไว้ วันนี้มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้อีกรอบ เลยทำให้อยากกลับมาเขียนเล่าเรื่องนี้อีกครั้ง…

วันพ่อที่ผ่านมาเมื่อวานนี้ ผมมีโอกาสได้ไปชมภาพยนต์ที่ตรงกับชีวิตตัวเองค่อนข้างมาก ถึงมากที่สุด เหมือนได้ไปเห็นชีวิตตัวเองไปอยู่ในโรงหนัง ซะอย่างงั้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้ไปร่วมแสดงอะไรกับเขาหรอกนะ ..หนังเรื่องนี้ชื่อเรื่องว่า “ยอดมนุษย์เงินเดือน

ยอดมนุษย์เงินเดือน

ยอดมนุษย์เงินเดือน

หนัง ยอดมนุษย์เงินเดือน นี้ เป็นหนังเกี่ยวกับเรื่องชีวิตมนุษย์เงินเดือน ตามชื่อเรื่องนั้นแหละ ซึ่งปม หรือ ประเ้ด็นในหนัง ไม่ได้มีเยอะเหมือนบางเรื่อง แต่เรื่องเน้น รายละเอียด ของ ตัวละครแต่ละตัว ซึ่งมีความแตกต่างของ มุมมอง เพราะเป็นพนักงานบริษัทในแต่ละตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายบุคคล เด็กทดลองงาน แม่บ้าน ผู้จัดการ เป็นต้น ซึ่งมุมมองของคนเหล่านี้ ก็สะท้อนมุมมองในจุดที่ตัวเองเป็นได้อย่างดีเยี่ยม (คงเพราะผมก็เป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนกัน เลยว่าเขาทำออกมาได้ดี 😛 )

ก่อนอื่นลองไปดูตัวอย่างหนังยอดมนุษย์เงินเดือนกันก่อนละกันครับ

ในเรื่องยอดมนุษย์เงินเดือนจะเล่าถึงเรื่องชีวิตประจำวันและภารกิจ ของเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่ต้องประสบพบเจอในช่วงเวลาทำงาน โดยปม หรือประเด็นของเรื่องนี้หลักๆ ใหญ่ๆ มีเพียงประเด็นเดียว คือ ต้องรีบทำโปรเจคออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่อนำเสนอบอร์ดบริหาร ให้ทันเวลา ก่อนปีใหม่ เพื่อให้บอร์ดอนุมัติโบนัสประจำปีให้กับบริษัท แต่สีสันความสนุกของเรื่องนี้ มาจากตัวละครทุกตัว ที่สมบทบาทและแสดงออกมาได้เป็นอย่างดี

 ยอดมนุษย์เงินเดือน ติ๊ก

ตัวละครแรกที่เป็นพระเอกสุดหล่อที่สาวๆ กรี๊ดกราดเลยนั้นคือ พี่ติ๊ก ที่รับบท “ปั้น” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ที่ชีวิตนั้นดำเนินด้วยความ “เป๊ะ” คือวางแผนไว้ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี และต้องทำให้ได้ตามนั้น ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้ ปั้น ดูกลายเป็นคนที่ ตึงเกินไป อย่างสุดโต่ง (แต่สำหรับผมถือว่าธรรมดา เพราะว่า จริตคล้ายๆ กับตัวละครตัวนี้เลย) ในเรื่อง ปั้นเองก็มีแฟนสาวที่คบมาหลายปี แต่การใช้ชีวิตคู่กับคนที่เรียกได้ว่า “บ้างาน”  แถมตัวผู้หญิงเอง ยังอยากจะลาออกงานไปทำธุรกิจส่วนตัวอย่าง เปิดร้านขายขนม ทำให้ ชีวิตสองคนนี้ดูแล้วเป้าหมายค่อนข้างจะ สุดขั้วกันทั้งคู่ ก็ลองไปชมดูครับว่า สุดท้ายแล้วจะไปกันรอดหรือไม่

ประโยคนึงที่ผมชอบมากในเรื่องนี้ ที่ปั้นพูดออกมา ซึ่งผมก็คิดแบบนี้เหมือนกัน เลยถูกใจ กด Like เลยทีเดียว..

ถามไรหน่อยสิ … ไอ้ที่เขาเรียกความฝันเนี่ย มันต้องเป็นแบบ เปิดร้านขนม เขียนหนังสือ แต่งเพลง ทำหนัง อะไรแค่นั้นหรอ…แล้วที่ผมอยากมีเงินเก็บมากๆ… อยากจะดูแลคนที่เรารักให้ดีที่สุด… มันเรียกว่าความฝันบ้างไม่ได้หรือไง…

ฮ่าๆ สำหรับใครที่ใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนอยู่ในขณะนี้ ผมว่า คุณต้องชมหนังเรื่องนี้ให้ได้ แล้วคุณจะต้องอุทาน เหมือนผมว่า “นี่มันเอากล้องมาติดที่ออฟฟิตกูรึไง!? ” 5555+

อีกบทบาทนึงที่ขาดไม่ได้ เพราะเป็นส่วนเติมเต็มเรื่องนี้เลยนั้นคือ นางเอก ชื่อ หวาย … หวายนี่เป็นตัวแทนของเด็ก Gen Y สมัยใหม่ ที่มีความคิด อารมณ์ศิลปินแบบสุดขั้ว แต่ต้องมาทำงานออฟฟิต เพราะแม่อยากให้มาลองทำ ก็เลยฝากเข้าทำงานกับบริษัทนี้

ยอดมนุษย์เงินเดือน หวาย

ด้วยอารมณ์ติส ของเด็กรุ่นใหม่ทำให้เรื่องการทำงาน กับผู้ใหญ่ จะดูไม่ค่อยราบรื่นเสียเท่าไหร่ แต่ก็จะมีความจริงแบบตลกร้ายที่มักจะเจอในออฟฟิตชีวิตการทำงาน นั้นคือ การตั้งชื่อไฟล์ อย่างในหนังจะมี “ล่าสุด” กับ “Final” แล้วอันไหน มันใหม่กว่ากันวะเนี่ย !?

แต่ตัวละครตัวนี้ก็ทำให้ผมได้เรียนรู้อีกมุมนึงของชีวิตเหมือนกัน เพราะผมเองบางอย่างก็คิดแนวสุดโต่งคล้ายๆ พระเอกบ้าง ทำให้ไปประทับใจ นางเอกตอนที่กลับมาสอนพระเอก ว่า สิ่งที่ควรทำในปีหน้า….

  1. เข้มงวดกับตัวเองเหมือนเดิมก็ดี แต่บางครั้งเราผ่อนปรนให้คนอื่นเขาบ้างมันก็ดีเหมือนกัน
  2. ทำไรบ้าๆบอๆ บ้าง เพราะบางครั้งเวลาที่เราทำอะไรบ้าๆ บอๆ มันก็ทำให้คนอื่นเขายิ้มได้
  3. กินขนมบ้างถึงมันจะไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่มันก็มีกับจิตใจ
  4. วางแผนหลวมๆ บ้างก็ได้เพราะถึงแม้อะไรบางอย่างมันจะไม่ได้เป็นไปตามแผนของเรา มันก็ไม่ได้ทำให้ใครตายซะหน่อย
  5. และก็ที่ผ่านๆ มาก็ลืมมันไป เพราะว่าก็ทำดีที่สุดแล้ว

ฟังๆ ไปมันก็จริง โดนอีกเหมือนกัน 555

มาถึงตัวละครอีกตัวที่เรียกน้ำตาให้ผมเลยก็ว่าได้ กับนาย “จือ” ตัวแทนเด็กจบใหม่ และเริ่มชีวิตการเป็นมนุษย์เงินเดือน กับเด็กทดลองงาน จือเป็นเด็กอิสานเข้ากรุงเทพมาทำงาน ซึ่งตัวละครตัวนี้ได้สะท้อนชีวิตทางบ้าน ผ่านคำพูดที่โทรศัพท์คุยกับแม่เขาในทุกๆ ครั้ง และผมถึงขึ้นเกือบร้องไห้กับฉากที่จือ โทรหาแม่หลังจากที่เขา ไม่ผ่านโปรฯ (ไม่ผ่านการทดลองงาน)

ยอดมนุษย์เงินเดือน จือ

จือ : แม่…ปีนี้จือไม่กลับบ้านนะแม่…พอดีมีปัญหาเรื่องงานนิดหน่อย…พอดีต้องไปทำ..
แม่ : ถึงงานมันสิสำคัญจั๋งใด๋ การเจ็บป่วยก็บ่คุ้มเด้อลูกเด้อ
จือ : แม่… คือมื้อนี้แล้ว งานหน่ะ มันบ่ได้เฮ็ดอย่างที่บอกหรอก
แม่ : บ่เป๋นหยังลูก บ่เป๋นหยัง แม่เข้าใจ๋ลูก กรุงเทพหน่ะ มันแข่งขันกั๋นหลาย มันบ่ง่ายอย่างอั้นหน่ะลูกเอ้ย แม่ฮู้อยู่แต่บ่ต้องไปสนใจ๋ผู้ใดเขาเด้อลูกเด้อ เขาสิมองลูกของแม่จั๋งใด๋ เขาสิเว้าให้ลูกของแม่จั๋งใด๋ เขาสิว่าให้จือ สิเก่งหรือบ่เก่ง แม่ก็บ่สนใจ๋ดอกลูก ลูกพยายามขนาดนี้แล้วแม่ก็ดีใจ๋หลายแล้วเด้อลูกเด้อ… แม่เฮ็ดแก๋งไว้ที่จือมักหน่ะลูกหลายขนาด ถ้ากลับมาได้ก็มาลูก..มากิ๋น

พอพูดจบนี่สะเทือนในหัวอกเด็กต่างจังหวัดแบบผมที่เข้ามาทำงานหาเงินในกรุงเทพฯ จริงๆ ครับ

ยังมีตัวละครอีกหลายตัวที่มีรายละเอียด และ มีลักษณะเฉพาะของตัวละครนั้นๆ ก็ลองไปดูกันครับ ซึ่งผมขอย้ำว่า ถ้าคุณกำลังทำงานออฟฟิต หรือจะเป็นเด็กที่กำลังจะเรียนจบแล้วจะไปทำงาน ลองดูเรื่องนี้เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ชีวิตการทำงาน การใช้ชีวิต การวางแผนการเงิน ความสัมพันธ์ระหว่าง เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกน้อง การทำงานล่วงเวลา ทำงานตามสั่ง ฯลฯ สารพัดที่ชีวิตมนุษย์เงินเดือนได้เจอ ผมว่า อยู่ในหนังเรื่องนี้ แทบจะทั้งหมดแล้วครับ

สำหรับเรื่อง ยอดมนุษย์เงินเดือนนี้ ผมให้คะแนน 9/10 เลยครับ เพราะถูกใจชีวิตมนุษย์เงินเดือนอย่างผม 555+

2 comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *