ฉลาดบริโภคยุคทุนนิยม รู้ทันโปรโมชั่น

กระแสโลกทุนนิยมในทุกวันนี้หมุนเวียนผลักดันให้ธุรกิจต้องทำการตลาดในแบบต่างๆ ออกโปรโมชั่นแรงๆมาเพื่อมัดใจลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น ลด แลก แจก แถม ฯลฯ แต่ในขณะเดียวกัน

การจัดโปรโมชั่นนั้นก็เพื่อ “สงเสริมการตลาด” หรือ “เพิ่มยอดขาย” นั้นเอง ดังนั้น ลูกค้าทั้งหลายควรจะพึงสังวรณ์ไว้ว่า ไอ้โปรโมชั่นที่มันจัดมาให้ ไม่ได้ทำให้ลูกค้า “โคตรคุ้ม” ที่สุดหรอก นี่เป็นเรื่องแรก ที่ลูกค้าอย่างเราๆ ท่านๆ ต้องตระหนัก และ ระลึกไว้เสมอ เพราะอะไร? เพราะทำธุรกิจ ไม่ใช่ทำมูลนิธิ ยังไงก็ต้องหากำไร ไปจ่ายเงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเช่า ฯลฯ

#ออกโปรฯ ลดราคาแรงๆ แล้วบริษัทได้กำไรยังไง?

หลักๆ คือ ราคาถูก คนซื้อมากขึ่น ก็ได้ยอดขายมากขึ้น เพราะ ราคาที่ตั้งไว้ครั้งแรก บริษัทมักจะตั้งราคาไว้ให้ได้กำไร มากในระดับนึงอยู่แล้ว เพียงแค่ลดราคาลงมา 20-30% ส่วนใหญ่จะไม่ขาดทุนหรอก ยกตัวอย่างเช่น สินค้า ราคา 1,000 บาท ต้นทุน 400 บาท ขายปกติ กำไรที่ 600 บาท แต่ถ้าจัดโปร ลด 30% ขาย 700 บาท ก็ยังได้กำไร 300 บาท ทั้งๆที่กำไร ลดลงไปครึ่งหนึ่ง แต่หากมีปริมาณการซื้อที่มากขึ้น ย่อมทำให้บริษัทได้กำไรมากกว่าขายปกติอยู่แล้ว อันนี้ก็เป็นแนวคิดพื้นฐาน ที่แทบจะทุกธุรกิจใช้กัน รวมไปถึง พวก พิซซ่า 1 แถมหนึ่ง(ซึ่งจริงๆมันก็คือลดราคา 50%) หรือ เฟรนฟราย 50% ด้วย (แถมนิดหน่อย จากการสังเกต ทุกวันนี้สินค้าหลายอย่างที่จัดโปรลดราคา จะแอบขึ้นราคาสินค้าชิ้นที่ลดไว้ พร้อมๆ กับจัดโปรฯ หรือก่อนจัดโปรอยู่แล้ว)

#รูปแบบโปรฯ ที่เราเจอๆ กันทุกวันนี้

ที่เจอบ่อยสุดก็น่าจะเป็นการ “ลดราคา” จากนั้นนักการตลาดทั้งหลายก็พยายามพลิกแพลงวรยุทธ แตกแขนงไปหลายกระบวนท่า

  • “ซื้อ 1 แถม 1” ซึ่งจริงๆ มันก็คือ ลดราคาชิ้นละ 50% นั้นแหละ แต่ข้อดีของกระบวนท่านี้คือได้ระบายสินค้าในสต๊อคด้วย เพราะเป็นการบังคับให้ซื้อ 2 นั้นเอง ดีกว่า ลด 50% แล้วให้ลูกค้าซื้อไปแค่ชิ้นเดียว
  • “ซื้อ 2 แถม 1” อันนี้ก็ไม่ต่างกับ 1 แถม 1 ซึ่งเฉลี่ยแล้วก็จะลดราคาชิ้นละ 33.33% และได้ระบายสินค้าในสต๊อคด้วยเช่นกัน
  • “ซื้อชิ้นที่ 2 ราคา 1 บาท” กระบวนท่านี้ก็เหมือน 1แถม1 คือ ลดราคา ชิ้นละ 50% แต่มี กิมมิค ซื้อชิ้นต่อไป 1 บาท ทำให้ดูมันถูก แต่ก็ไม่ได้บังคับให้ซื้อเท่ากับ 1แถม1
  • “ซื้อ 2 ชิ้นถูกกว่า” ก็เป็นการลดราคา เมื่อ ซื้อ 2 ชิ้น แต่ชิ้นเดียวไม่ลด นี่ก็หวังให้ขายได้ 2 ชิ้น แต่ถ้าราคาถูกลงไม่มาก ก็อาจจะไม่มีผล
  • “ราคาขั้นบันได” การจัดโปรลดราคาเป็นขั้นบันไดจะไม่ค่อยได้เจอกันตามธุรกิจค้าปลีกซักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะไปอยู่ในพวกดีลธุรกิจกับธุรกิจ(B2B) หรือการซื้อสินค้าล๊อตใหญ่ๆ เช่น ซื้อ 100 ชิ้น ราคาชิ้นละ 10 บาท แต่ถ้าซื้อ 300 ชิ้น จะราคาชิ้นละ 7 บาท นะ อะไรทำนองนี้

นอกจากนี้ ราคาเป็นขั้นๆ ผมยังนึกถึงการจองตั๋วในธุรกิจการบินด้วย โดยตั๋วที่นั่งจะมีราคาเป็นขั้นๆ แตกต่างกันไป เช่นในเครื่องลำนึง 180 ที่นั่ง อาจจะแบ่งช่วงราคาว่าราคา 800 มี 50 ที่นั่ง ราคา 1,000 มี 80 ที่นั่ง และ 1,500 มี 50 ที่นั่ง เป็นต้น

 

และใช้การโปรโมท ว่า ราคา “เริ่มต้นที่ 800 บาท” แต่มีจำกัดกี่ที่ไม่ได้บอกไว้ นั้นเอง แล้วถามว่า พวกที่ จัดโปรถูกมากๆ 200 บาทเงียะ มันได้กำไรจากไหน? ก็โดยปกติแล้ว ระดับขั้นราคา จะมีหลายขั้น แต่เมื่อนำมาเฉลี่ยแล้ว (ตามตัวอย่างที่เล่ามา มีราคา 800, พัน, พัน5) จะอยู่ที่ 1,250 บาท/ที่นั่ง นั้นเอง ดังนั้น ถ้าโปรที่จัดถูกๆ ก็จะมีระดับขั้นที่มาก แต่ท้ายที่สุด เมื่อคิดเฉลี่ย ถัวๆกันแล้วก็ต้องไม่ขาดทุนอยู่ดีนั้นแหละ… ข้อดีของจัดโปรถูกๆ แล้วคนมาใช้เยอะ ของสายการบินนั้นมันคุ้มค่ากว่าธุรกิจปกติ เพราะต้นทุนของการบินแต่ละครั้งคือน้ำมัน หากเครื่องออกแล้วที่นั่งยังว่างอยู่ ก็จะเป็นค่าเสียโอกาส ที่ธุรกิจต้องแบกรับเอาไว้นั้นเอง ต่างจากการขายสินค้า หากของขายไม่ได้ก็เก็บไว้ขายต่อได้ เว้นแต่จะมีวันหมดอายุ นั้นเอง

จะว่าไปผมไม่รู้ว่าเอาเรื่องตั๋วเครื่องบิน มาพ่วงกับ ราคาขั้นบันได มันจะถูกรึปล่าวนะครับ พอดีนึกขึ้นได้ ยังไงถ้าผิดก็ขออภัย ในฐานะอวดรู้อยากเขียน ทั้งที่ความรู้เรื่องการตลาดผมก็ไม่มี 555 พวกนี้แค่สังเกตมาเท่านั้นครับ ที่เล่ามาเนี่ยไม่ได้จะมาอวดภูมิหรืออะไรนะครับ พอดีผมเห็นเพื่อนหลายๆ คนบางครั้งเห็นโปรฯ ก็แล้วก็รู้สึกอยากซื้อจนตัวสั่น หรือคิดว่าตัวเองโคตรคุ้ม ก็เท่านั้น เลยมาเล่าอีกมุมทางธุรกิจ ให้รู้กันครับ ส่วนตั๋วเครื่องบินเนี่ย ที่เห็นโปรถูกๆ มาก็อยากจะมาเล่าว่า มันได้ไม่มีเยอะหรอก มันก็ทำมาเป็นกิมมิค ให้คนเข้ามาเยอะๆ เผื่อไม่ได้ราคาโปร ได้แพงกว่าซัก สองสามร้อยก็โอเค ประมานนั้น ก็คล้ายๆ กับพวกบ้านคอนโด ที่ขึ้นป้ายตามทางด่วนว่าเริ่ม 1.9 ล้าน แต่ ห้อง หรือ หลังที่ราคานั้นมีอยู่ 2 ห้อง หรือ 1 หลัง ที่หมดไปแล้ว นั้นเอง

ยังไงก็อยากฝาก ผู้บริโภคทั้งหลาย ให้คิดก่อนซื้อ รู้ทันอย่าตกเป็นเหยื่อการตลาดในโลกทุนนิยมนี้มากครับ เพราะนับวันมันจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ บางครั้งก็ซื้อของเพราะเห็นว่าถูก แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ใช้มันก็เสียเปล่า
แต่ท้ายที่สุด ยิ่งธุรกิจแข่งกันมากเท่าไหร่ ผลดี ย่อมตกอยู่กับผู้บริโภคนะครัช…. สวัสดี…

1 comment

  • ArmNo

    ตอนไปหาดูบ้านเจอบ่อยๆ เริ่มต้นล้านนิดๆ พอเข้าไปดูในโครงการ คือหลังเล็กสุด สเป็คต่ำสุด และก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับรูปที่เห็นในป้ายโฆษณาเลย

    แต่ก็ชอบเข้าไปดูนะ เพราะส่วนมากเซลส์น่ารัก และ sales office แอร์เย็นทุกที่เลย 😛

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *