รักจัดหนัก love not yet

วิจารณ์หนัง : รักจัดหนัก (LOVE, NOT YET)

ปกติผมมักจะไม่ค่อยเขียนวิจารณ์หนัง ลง Blog ซักเท่าไหร่นะครับ จะเรียกว่าไม่เคย เลยก็ได้ แต่วันนี้ รู้สึกอยากเขียนจังเลย แต่ก็ต้องเน้นย้ำก่อนเลยนะครับว่า การวิจารณ์หนังของผมนี้ เป็นความเห็น มุมมอง ทัศนคติ ของผมล้วนๆ โปรดใช้วิจารณญาณ ในการอ่าน คิด วิเคราะห์ แยกแยะ นะครับ อย่าเชื่อผมทั้งหมด จนกว่าท่านจะได้รับชม ด้วยตัวท่านเองครับ

เรื่องแรกสำหรับการวิจารณ์หนังของผมนี้ เป็นเรื่องที่ผม พึ่งกลับจากโรงหนัง ไปรับชมมา สดๆ ร้อนๆ แบบว่า เก้าอี้ยังอุ่น อยู่เลย นั้นคือเรื่อง รักจัดหนัก หรือ ชื่อภาษาอังกฤษ ที่ค่อนข้างจะทำให้ คิดไปได้หลากหลาย ที่ว่า  LOVE, NOT YET นั้นเอง

รักจัดหนัก love, not yet

รายละเอียดว่า หนังใครกำกับ นักแสดงเป็นใคร ผมมักจะไม่ค่อยใส่ใจเลย ให้ตายสิ ก็ต้องยอมรับหละครับว่าผม เป็น user แท้ๆ เลย (ผมใช้ศัพท์แบบ IT เกินไปรึปล่าว) จะเรียกว่าไงดี แบบว่า ไม่สนใจเลย ว่านักแสดงเป็นใคร หรือ ผู้กำกับจากค่ายไหน ขอแต่ดู ตัวอย่างหนัง หรือ Trailer แล้วชอบ ก็ตัดสินใจไปดู สั้นๆ ง่ายๆ เชื่อโฆษณา เท่านี้แหละครับ

สำหรับเรื่อง รักจัดหนัก นี้ ประทับใจตัวอย่างจริงๆ คิดว่าจะสื่อ สะท้อนปัญหาสังคมไทย ออกมาได้เป็นอย่างดี ผมก็แอบคาดหวังว่า หนังคงจะสื่อออกมาให้ผู้ชม ไม่ว่าจะ รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ รับรู้กันได้ เพราะเขาถึงขั้น โฆษณาว่า เด็กควรให้คำแนะนำผู้ปกครองขณะรับชมหนังเรื่องนี้  แบบนี้เลยทีเดียว

เราลองมาชม ตัวอย่างหนังของเรื่อง รักจัดหนัก ก่อนเลยละกันครับ

เป็นไงกันบ้างครับ เจอประโยคสุดท้ายเข้าให้ ถึงกับอยากดูกันเลยหละสิ 😛

ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ที่ผมประทับใจ คือ การหยิบเรื่องที่เป็นปัญหาสังคม ของวัยรุ่นอยู่ในแทบจะทุกยุค ทุกสมัย แบบนี้ มาเล่า แล้วพูดด้วยคำพูดปกติ ที่เราพูดๆ กันทุกวันอย่าง ไอ้เฮ้ อะไรพวกนี้ออกมาได้โดยไม่เซนเซอร์ แสดงว่า หนังต้องมีอะไรดี บ้างแหละ ..

แต่หลังจากที่ผมได้รับชมไปแล้ว กลับเริ่มรู้สึก หงุดหงิด กับหนังเรื่องนี้ ตั้งแต่เรื่องแรก เลยทีเดียว อ๋อ.. ผมลืมบอกไป เรื่องนี้ จะแบ่งเป็น 3 เรื่องครับ (บางคนบอกว่า รักจัดหนัก เป็น น้ำตาลแดง เวอร์ชั่น วัยรุ่น) โดยมีเรื่อง ไปเสม็ด , เป็นแม่ เป็นเมีย และ ทอมแฮ้ง สำหรับเรื่องย่อๆ คงไปหาอ่านเอาได้ ผมคงไม่เอามาเล่า จะดีกว่า แต่จะวิจารณ์ ให้ภาพร่วมๆ ละกันครับ

ทั้ง 3 เรื่องนี้ สะท้อนปัญหาสังคม ของวัยรุ่น ในปัจจุบัน อย่างชัดเจน นั้นคือ ปัญหา ท้องก่อนวัยอันควร นั้นเอง โดย ทั้ง 3 เรื่อง ผู้หญิงที่มารับบทในแต่ละเรื่อง ก็น่ารักจริงๆ อันนี้ผมขอชม เรื่องของนักแสดงนะ : )

รักจัดหนัก : ไปเสม็ด

ในเรื่องของ ไปเสม็ด ก็เป็นวัยรุ่นคู่นึง ในวัยเรียน ที่กำลังรอประกาศผล Admission แล้วก็ไปเที่ยวกันที่เสม็ด หลังจากรู้ผลว่า ติดมหาวิทยาลัยทั้งคู่ ก็เลย “จัดหนัก” กันที่เสม็ด นั้นแหละ สุดท้าย ก็ตามสูตร ฝ่าย หญิง ท้อง เป็นที่มาของการทะเลาะ ถกเถียงตามใน Trailer นั้นแหละครับ ประโยคโดนใจหลายๆ ท่าน ก็คงจะหนีไม่พ้น “ถุงหมดยังเสือกเอาอีก ไหนว่าเเตกนอกไงไอเหี้ย!” นี้แหละ ในเรื่องก็เล่าได้เป็นธรรมชาติดีครับ แต่ข้อเสียคือ บทสรุปของเรื่อง นั้นเอง หนังเรื่องนี้ เล่าเรื่องได้เห็นภาพ ว่าการมีลูก หรือ การตั้งท้อง ก่อนวัยอันควรนั้น มีผลอย่างไร ชี้ให้เห็นถึง ผลกระทบ รวมถึงปัญหาต่างๆ ได้ดี แต่ ..

ไร้บทสรุป ครับ ถามว่าเด็กๆ ไปดู จะได้อะไร นอกจากรู้ว่า เออ่ ท้องก่อนวัยอันควร หรือ ท้องในวัยเรียน มันแย่แบบนี้ แต่ถ้า ผิดพลาดไปแล้ว ต้องทำยังไง? ยอมรับมัน? เอาเด็กออก? ถามคุณริว จิตสัมผัส? ปรึกษาหมอ? หรืออะไรหละครับ หนังไม่ได้สื่อเรื่องพวกนี้เลย อย่างเรื่อง ไปเสม็ด สุดท้าย หนุ่มสาว ที่มีปัญหาทะเลาะกัน ก็กลับมา จับมือกัน พร้อมจะเผชิญหน้ากับความจริง… จบ .. แค่นี้หรอครับ ที่ต้องการ? คุณทำหนัง แบบ ครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ เพื่ออะไร?

เพื่อจะให้พ่อแม่ ไปสอนเด็กต่อเองหรอครับ หรือ ให้เด็กคิดได้เอง !? อันนี้ผมก็ตอบไม่ได้ ..

รักจัดหนัก : เป็นแม่ เป็นเมีย

เรื่องต่อไป คือ เป็นแม่ เป็นเมีย .. เรื่องก็ ชายหนุ่ม หญิงสาว ท้องตอนเรียน แล้วก็ออกมาอยู่บ้าน ใช้ชีวิตกัน ฝ่าย หญิงก็ท้องโต ก็ได้เห็นความทุกข์ยาก ลำบาก ไม่กล้าสู้หน้าผู้คน แม้กระทั่ง ครูอาจารย์ของตน ประโยคเด็จของเรื่องนี้ใน Trailer ก็คือ “อยากมาอยู่ด้วยกัน หรือแค่รับผิดชอบให้มันจบๆ ไปวะ!” หลักๆ เท่าที่ผมจับประเด็นได้ในเรื่องนี้ คือ ความรับผิดชอบของฝ่ายชาย ที่มาอยู่บ้านของฝ่ายหญิง รวมทั้งช่วยพ่อแม่ ฝ่ายหญิง ขายของ(บ้านเป็นร้านขายของ + ร้านอาหาร) โดยรวมๆ ก็เหมือนชี้ให้เห็นถึงความลำบาก ที่ต้องออกมาใช้ชีวิต ทั้งๆ ที่เรียนไม่จบ ฝ่ายชายเป็นนักมวยดาวรุ่ง มีโอกาสไปแข่งระดับประเทศ ฝ่ายหญิงก็น่ารักระดับดาวโรงเรียน เสียงดีไปประกวดร้องเพลง ถึงขั้นใฝ่ฝันจะไปประกวด AF เลยทีเดียว และแล้วชีวิตก็ต้องมาจบด้วย การท้อง นั้นเอง. .

เรื่องนี้ก็จบแบบไร้บทสรุป อีกเหมือนกันคือ ฝ่ายหญิงปวดท้องคลอด ฝ่ายชายพยายามจะพาไปหาหมอ จากนั้นก็ตกบันไดลงมา คนทางบ้านก็มาช่วยเอาขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล… แล้วก็ จบ ซะ งั้น !

รักจัดหนัก : ทองแฮ้ง

และเรื่องสุดท้ายคือ ทอมแฮ้ง หลักๆ คือ ทอมที่เป็นนักบาส มีหญิงมาชอบ และแล้ว เมื่อไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ผู้ชาย กลับ เมาเหล้า และเกิดไปมีสัมพันธ์ กับเพื่อนชายนั้นเอง ถ้าดูใน Trailer ก็จะมี ที่ทอม พูดว่า “ห้ามเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด ถ้ามึงเล่า กูเล่นมึงแน่” เรื่องนี้ก็พอได้ขำขัน กันอยู่ กับมุกตลกในเรื่องหลากๆ ฉาก ให้ได้ฮากัน มากกว่า 2 เรื่องแรก อย่าง ผู้ชาย ที่ทำให้ สาวทอม คนนี้ ท้อง แกชื่อ ราฟฟี่ แถม ชื่อใน Facebook ยังใช้ชื่อ ราฟฟี่ อยากมียูเอฟโอ เล่นเอาคนดู ฮากันทั้งโรงเลยทีเดียว.. (ผมไม่รู้ว่า มุกนี้เด็กอายุ 15 จะเข้าใจรึปล่าวนะ – -?)

สำหรับเรื่องทอมนี้ เนื้อหาอาจจะรุ่นแรงกว่า 2 เรื่องแรก คือ สาวทอม ท้อง แล้วต้องการที่จะไปเอาเด็กออก ถึงขั้น ไปขอทำบุญ กับศพ โดยไปนอนเฝ้า เพราะเชื่อว่าทำบุญกับคนตาย จะแผ่กุศลไปให้เด็กในท้องได้ (มีการอ้าง ริว จิตสัมผัส อีกต่างหาก) และก็เหมือนเดิม ทั้ง 3 เรื่อง ตอนจบ ทอมกลับบ้านมา ร้องไห้ แม่เข้าไปกอด บอกว่าไม่เป็นไรนะลูก แล้วก็..จบ ซะ งั้น . . 

เล่นเอาคนดู งง กันทั้งบาง ทั้งข้อสงใสต่างๆ ว่า สรุปแล้ว มึงไปเอาเด็กออกมาแล้ว หรือ ว่ากลับใจไม่ทำแท้งแล้ว !? แต่ตรงจุดนี้ ผมก็คิดว่า เขาอาจจะไม่ได้อยากจะสรุปซักเท่าไหร่ แต่ให้ดูพฤติกรรม ของแม่ ของสาวทอม ที่เข้ามาสวมกอดลูกแล้วปลอบว่า ไม่เป็นไรนะลูก.. มันคงทำให้คิดได้ว่า ไม่ว่าจะยังไงคนเป็นแม่ ก็รับได้เสมอ..

ฉากก่อนหน้านี้ มีการถกเถียงกัน ของสาวทอม กับแม่ ว่า จะไปเอาลูกออก แต่แม่สาวทอมก็บอกว่า สมัยก่อนแม่ก็ท้องแบบนี้แหละ แม่ยังไม่เอาออกเลย ก็ยังเป็นหนู มาถึงทุกวันนี้ไง สาวทอมก็สวนกลับไปว่า แล้วมันยังไงหละ แล้วชีวิตแม่ ดีขึ้นมั๊ยหละ ถ้าเอาออก มันคงไม่แย่เหมือนทุกวันนี้หรอก

ผมก็ต้องยอมรับว่า โดยภาพรวม หนังเรื่อง รักจัดหนักนี้ สื่ออกมาได้ ตรงประเด็นแล้ว แต่ข้อเสียคือ ไม่มีข้อสรุปใดๆ ออกมาชัดเจนเลย ผมพยายามเข้าใจว่า ประเด็นพวกนี้มันหาข้อสรุปยาก แหละครับ อย่างเรื่องทำแท้ง ให้ถูกกฏหมาย นี่ก็เถียงกันมากี่สิบปีแล้ว ก็ยังหาข้อสรุปกันไม่ได้เลย .. ดังนั้นจะให้เรื่องแบบนี้ มีข้อสรุป มันคงยาก แต่ยังไงเสีย คุณก็เป็นผู้สร้างหนัง จะมาสื่อแบบครึ่งๆ กลางๆ มันก็ยังไงๆ อยู่นะครับ เหมือนต้องให้คิดเอง แล้วแบบนี้ ที่เขียนว่า เด็กควรให้คำแนะนำผู้ปกครอง ผมยังมองไม่ออก ว่าเด็กจะแนะนำอะไรผู้ปกครองเลยครับ…

เอาเป็นว่าผมวิจารณ์ค่อนข้างสุภาพๆ แล้วนะ เมื่อเทียบกับ กระทู้เหล่านี้ . .

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A11014065/A11014065.html

http://www.siamzone.com/movie/m/6181/review

http://www.nangdee.com/webboard/viewtopic.php?t=17460

หรือแม้แต่ Trailer ใน YouTube เองก็เถอะ .. หนักเหมือนกันนะ

http://www.youtube.com/watch?v=DgjQD1XDamY

 

สรุปสุดท้าย หนังเรื่องนี้ ผมให้คะแนน 6.5 / 10 ละกันครับ

อย่างน้อยก็ถือว่า นำเรื่องที่เป็นปัญหาสังคม มาตีแผ่ ให้เยาวชนเข้าใจ แต่อย่างว่า เด็กอายุ 15 – 18 – 20 จะรับได้ เข้าใจรึปล่าว แถมยังให้แนะนำผู้ปกครองอีก คงยากหละครับ . .

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *