ขงเบ้ง

เจ้านายสไตล์ขงเบ้ง 2

คราวก่อนเขียนเรื่อง เจ้านายสไตล์ขงเบ้ง ไป โดยสรุป จะพูดเกี่ยวกับคน ประเภทขงเบ้ง นั้นคือ เก่งมาก จึงพยายามทำทุกอย่าง ควบคุมทุกอย่าง ด้วยตัวเอง ไม่ค่อยไว้ใจให้ใครทำให้ ประมาณนี้ มาภาค 2 นี้ผมจะขยายความต่อจากภาคแรก ซะหน่อย เริ่มเลยละกันครับ

ด้วยเหตุผลที่เป็น “คนเก่งมาก” จึงทำให้ “ทำทุกอย่าง ควบคุมทุกอย่าง ด้วยตัวเอง” ซึ่งนั้นทำให้การเลือกใช้คน ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมือนกับ ขงเบ้ง ที่มักจะเลือกใช้ ขุนพล ที่ “เน้นทำตามสั่ง” มากกว่าที่จะ “เสนอความเห็น” ซึ่ง ขุนพลที่ขงเบ้งชอบใช้ที่สุด เพราะ สั่ง 100 ได้ 100 ตลอด นั้นคือ “จูล่ง” นั้นเอง ส่วนขุนพลคนอื่นๆ สั่ง 100 อาจจะได้ 70 หรือบางคน สั่ง 100 ได้ 120 แบบนี้ คนประเภทขงเบ้ง อาจจะไม่ค่อยชอบพอซักเท่าไหร่ เว้นเสียแต่ว่า คนๆ นั้น เป็น ลูกรัก หรือ เด็กปั้น อย่างเช่น เกียงอุย ม้าเจ้ก เป็นต้น คนพวกนี้ถึงจะทำได้ ไม่เต็มร้อย หรือทำ เกินร้อย ก็ได้รับคำชมตลอดอยู่แล้ว ผิดกัน ลูกเมียน้อย อย่าง อุยเอี๋ยน ต่อให้เก่งกล้า ดีเลิศแค่ไหน .. คนไม่ใช่ ยังไง ก็ไม่ใช่ อยู่ดี นั้นแหละคับ

เมื่อพูดถึงลูกรัก ขงเบ้ง คงเป็นใครเสียไม่ได้ นอกจาก เกียงอุย ศิษย์รัก และ ม้าเจ็ก ศิษย์ก้นกุฏิ สำหรับสองคนนี้ก็ต้องยอมรับว่า เก่ง และมีฝีมืออยู่ครับ เว้นแต่ ม้าเจ็ก ที่เก่งทฤษฎีมากไปหน่อย คงจะปริญญา Ph.D จาก เกงจิ๋วยูนิเวอร์ซิตตี้ หลายใบ แต่พอให้จัด Campaign การตลาด ก็จัดตามทฤษฎี 4P จนลืมว่า โลกความจริงเป็นอย่างไร พฤติกรรมผู้บริโภคแท้จริงเป็นอย่างไร จึงเสียท่าให้กับสุมาอี้ อย่างสิ้นเชิญ นั้นทำให้ ขงเบ้ง รู้สึกเสียใจกับศิษย์ก้นกุฏิอย่างม้าเจ็กมาก ถึงกับต้องหลั่งน้ำตาประหารม้าเจ็กเลยทีเดียว.. ทั้งที่ เถ้าแก่เล่าปี ฝากฝัง CEO ขงเบ้ง ก่อนลาโลกไปว่า ม้าเจ็กผู้นี้ พูดจาอะไรก็ทฤษฏีจ๋า เกินจริง ให้ระวังการใช้งานคนนี้ให้ดี แล้วก็เป็นดังคำสั่งเสียของเถ้าแก่ จริงๆ

ม้าเจ๊ก

ไหนๆ พูดถึงม้าเจ็กแล้วก็ขอเล่าวีรกรรมของลูกรักขงเบ้ง คนนี้ซะหน่อย ถึงเรื่องที่ขงเบ้งถึงขั้นต้องหลั่งน้ำตาประหารม้าเจ็กเนี่ย เกิดจากว่า ตอนขงเบ้งขึ้นเหนือไปรบกับสุมาอี้ ก็เจอสุมาอี้อ่านแผนออก เลยยกทัพมา หวังจะตัดทางถอยทัพกลับ ขงเบ้งเลยต้องการหาคนไปตั้งทัพรอสุมาอี้ ที่จะมาตัดทาง ขุนพลหลายคนอาสา แต่ที่น่าสนใจคือ ม้าเจ็ก กุนซือซึ่งเป็นที่ปรึกษาฝ่ายบุ๋น กลับขออาสา เพราะถูกคนอื่นนินทาว่า เป็นแต่กุนซือที่ปรึกษาไม่มีผลงานอะไร ทำให้ตัวเองน้อยใจอยากแสดงฝีมือ สติปัญญาความรู้ที่ร่ำเรียนมาจึงขออาสาไปรบ หวังจะสร้างชื่อว่า ตัวเองก็สามารถรับมือกับสุมาอี้ ได้…

ขงเบ้งเองทีแรกก็รู้สึกไม่อยากใช้งานม้าเจ็กลูกรักเท่าไหร่ แต่พอม้าเจ็กอ้อนวอนขอ อีกทั้งขงเบ้งก็เห็นว่า ม้าเจ็กก็มีสติปัญญา ความรู้ความสามารถอยู่พอตัวก็น่าจะไหว จึงอนุญาต พร้อมทั้งให้ อองเป๋ง เป็นรองแม่ทัพ ซึ่งการให้อองเป๋งไปกับม้าเจ็กนี้ ก็เหมือนขงเบ้งรู้ว่า ม้าเจ็กเอง ทฤษฏีจ๋า ไม่เคยปฏิบัติ เลยส่ง อองเป๋ง กำกับไปด้วย ซึ่งอองเป๋งคนนี้ ไต่เต้าขึ้นสู่ระดับแม่ทัพ ได้ มาจากทหารเลว ไม่รู้หนังสือ อ่านออกไม่มีคำ  แต่ด้วยประสบการณ์ในสนามรบโชกโชน ทำให้อองเป๋งจึงสามารถก้าวขึ้นมาได้ไกลถึงเพียงนี้ เรียกว่า คนละขั้วกับ ม้าเจ็กเลย

ทั้งม้าเจ็ก และ อองเป๋ง นำกองทัพมาถึง สมรภูมิรบที่ชื่อว่า เกเต๋งนั้น เดินทีขงเบ้งสั่งการก่อนออกเดินทางว่า ให้ตั้งค่ายคร่อมทางแยก เพื่อจะได้เปรียบในการแย่งชิงสมรภูมิ ด้วยมาถึงก่อนทัพสุมาอี้ ฝ่ายสุมาอี้เข้าตีจะลำบาก แต่พอม้าเจ็กถึงที่หมาย ก็ไม่ได้สนใจคำสั่งของขงเบ้ง คิดว่าตนเองอยู่ในสถานที่จริง เห็นชัยภูมิทั้งหมด แล้วก็เห็นเชิงเขาข้างๆ ก็ยกทฤษฏีว่า “การโจมตีจากที่สูง ลงมา จะมีประสิทธิภาพกว่า ดุงดั่งผ่ากระบอกไม้ไผ่” จึงจะให้ไปตั้งค่ายทหาร บนเชิงเขา อองเป๋ง รองแม่ทัพคัดค้านว่า “การตั้งค่ายบนเชิงเขาแบบนั้น จะเสียเปรียบหากข้าศึกยอกทัพมาล้อมเขาไว้ กองทัพเราจะติดอยู่ข้างใน จะถูกตัดขาดทั้งน้ำ เสบียงสุดท้ายจะพ่ายแพ้เอาได้” ม้าเจ็กไม่ฟังซ้ำยังอ้างทฤษฏีมาข่ม อองเป๋งอีกว่า “ยิ่งถ้าทหารตกอยู่ในวงล้อมภาวะคับขัน หนึ่งย่อมสู้สิบได้” เรียกได้ว่า ใช้ทฤษฏีเข้าข่ม คนไม่รู้หนังสือเต็มที่ สุดท้าย อองเป๋งเกรงว่าจะขัดคำสั่งขงเบ้ง เลยขอแบ่งทหาร มาตั้งค่ายคร่อมทางแยก ส่วนม้าเจ็ก ก็ตั้งค่ายบนเชิงเขา

ม้าเจ็ก อองเป๋ง

ผลสุดท้ายคงเดาได้ไม่ยากใช่มั๊ยครับ กองทัพม้าเจ็กถูกล้อม ตัดเสบียง ตัดน้ำ ทหารหมดกำลังใจสู้ กองทัพพ่ายแพ้ยับเยิน เรียกว่า ลูกรักขงเบ้งทำตัวเอง ขงเบ้งต้องเสียหน้ามาก กับการไว้ใจลูกรักคนนี้ จนสุดท้ายต้องหลั่งน้ำตาประหารม้าเจ๊กหล่ะครับ

ส่วนศิษย์รักเกียงอุยก็ได้มาจากการไปออกศึกกิสานครั้งแรก เรียกได้ว่าไปเจอเพชรในแดนข้าศึก อดไม่ได้ที่จะรับเข้ามา เพราะตัวขงเบ้งเองก็พลาดท่าเสียที ซะขนาดนั้น เรียกได้ว่า เจอคนเก่งที่รู้ทางกัน ก็มักจะถูกคอถูกใจเป็นเรื่องธรรมดา ช่วงหลังจากขงเบ้งลาโลกไปแล้ว เกียงอุยศิษย์รักก็สืบสานอุดมการณ์ต่อ แต่ด้วยเจอคู่แข่งที่สูสี จนถึงเก่งกว่า อย่าง จงโฮย และเตงงาย ก็ทำเอา เกียงอุยศิษย์ฮกหลง เป๋ไปไม่เป็นท่า ทำศึกอยู่หลายครา ก็ไม่สำเร็จซักที ท้ายที่สุดก็พ่ายแพ้ไปตามระเบียบ ปิดตำนาน อวสานจ๊กก๊ก คอมพานี จำกัด ไปตามระเบียบ

ทีนี้เราลองมานึกถึงชีวิตการทำงาน ทุกๆ วัน ดูบ้าง ว่าเจ้านาย หรือเพื่อนร่วมงานเรา มีใครเป็นคนประเภท “ขงเบ้ง” บ้าง ผมว่า เจอหลายคนเลยหล่ะครับ

ลองมาสรุปคนประเภทขงเบ้งดีกว่าครับว่า เป็นยังไงบ้าง

  1. มีความรู้ความสามารถมาก เก่ง

  2. ทำงานแทบทุกอย่างด้วยตัวเอง

  3. ไม่ค่อยไว้ใจใครง่ายๆ ถ้าตนไม่มองว่าคนนั้นเก่งจริง

  4. มักจะใช้งานแต่คนที่สนิทใจ ไว้ใจจริงๆ นั้นคือ คนที่ยอมรับในฝีมือเท่านั้น

  5. คนมีความสามารถจริง แต่ตัวเองไม่ค่อยชอบ จะไม่ใช้ เผลอๆ จะอคติ มองแง่ลบ และอยากกำจัดให้พ้นทางด้วย

  6. สั่งงานอย่างละเอียด เน้นให้ทำตาม ไม่เน้นให้คิด หรือสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ให้เกินหน้าเกินตา

 

เท่าที่ผมนึกได้และสรุปมา ก็น่าจะประมานนี้ครับ ดังนั้น หากเรามีเจ้านายสไตล์ขงเบ้งแบบนี้ ควรต้องหาวิธีรับมือ และพัฒนาตัวเองด้วยนะครับ เพราะ คนประเภทขงเบ้ง ชื่นชมคนมีความสามารถ ดังนั้น ข้อแรกคือ เราต้องเก่งขึ้นครับ แต่สุดท้ายแล้วถึงจะเก่งยังไง ถ้าเขาไม่ชอบหน้า ไม่ถูกชะตา เข้ากันไม่ได้ เราก็จะเป็นได้แค่ อุยเอี๋ยน ครับ…

อุยเอี๋ยน

1 comment

  • samkok911

    บทความดีมากเลยครับ ได้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *