ทำความรู้จัก Fallacy เหตุผลของเรา เหมาะสมแล้วหรือ!?

จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากจะเขียนมานาน แต่ไม่ค่อยมีความรู้สักเท่าไหร่ แต่ช่วงที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสซื้อหนังสือ ที่ชื่อว่า “ความสุขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” มาอ่านและตอนนี้ก็ได้อ่านจบแล้ว ถือว่าประทับใจ สิ่งต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้ ที่อธิบายเรื่องต่างๆได้ดี และ หนึ่งในนั้น ก็คือเรื่อง การอ้างเหตุผล หรือ Fallacy นั้นเอง

แท้จริงแล้วผมเคยอ่านเจอเรื่อง Fallacy นี้ก่อนจาก กระทู้ในเว็บพินทิพ ที่ว่า คุณใช้เหตุผลเหมาะสมหรือไม่ คิดว่าวันนี้ จะลองมาเล่า ไอ้คำว่า Fallacy นี้ จากความรู้อันน้อยคิด และ ความเข้าใจจากที่ได้อ่านกระทู้ และ อ่านหนังสือมาละกันครับ

 

Fallacy มีชื่อเรียกภาษาไทยว่า ปฤจฉวาที ทุตรรกบท หรือ เหตุผลวิบัติ เหตุผลลวง(ผมว่าคำนี้แปลแล้ว เข้าใจที่สุดแล้วหละ ไอ้สองคำแรกนี่ ราชบัณฑิตไปหน่อยรึปล่าว!?) กล่าวคือ fallacy เป็นการใช้เหตุผลที่ไม่ดี อาจกล่าวเพื่อให้เห็นภาพได้ว่ามันเป็นการใช้เหตุผลอย่างมีเล่ห์ หลอกล่อให้ผู้ฟังยอมรับข้อสรุปที่เสนอด้วยเหตุผลที่ไร้น้ำหนักแต่ฟังดูดี หรือด้วยวิธีการที่ยอกย้อน อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าผู้ที่ใช้เหตุผลวิบัติไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เจ้าเล่ห์จริงๆ เพราะมีหลายคนที่ใช้เหตุผลวิบัติโดยไม่รู้ตัว

 

Fallacy นั้นสามารถแบ่งได้หลายอย่าง หลายประเภทมาก ผมก็ไม่ได้นับหรอกนะว่ามันจะมีกี่แบบ แต่ก็จะเล่าไปเรื่อยๆ ละกันครับ

 

1. Fallacy of accident – การไม่คำนึงถึงข้อยกเว้น
บางอย่างอาจจะอธิบายธรรมดาไม่ได้อาจจะต้องเล่าเป็น กรณี หรือ ยกตัวอย่างไปเป็นกรณี ละกันครับ กรณีของการอ้างเหตุผล โดนไม่คำนึงถึงข้อยกเว้น เช่น “การฆ่าสิ่งมีชีวิตถือเป็นการทำความชั่ว” ดังนั้น การถอนหญ้าในสนาม ก็ถือว่าทำความชั่ว เพราะต้นไม้ใบหญ้าเป็นสิ่งมีชีวิต หรือ การช่วยตัวเอง(สำหรับผู้ชาย) ก็จะเป็นการทำความชั่ว เพราะ. . . นั้นแหละ หรือให้ชัดเจน อีกกรณีหนึ่งก็คือ นกเป็นสัตว์ที่บินได้ ดังนั้น เพนกวินถูกเรียกเป็นนก ดังนั้นเพนกวินต้องบินได้ – -*

logical-fallacy

Fallcy อีกตัวอย่าง

Fallcy อีกตัวอย่าง

 

2. Fallacy of relative to absolute – การเหมารวม
การใช้เหตุผลอีกแบบที่เรามักจะพบเจอบ่อยๆ ในสังคมไทยเรา นั้นก็คือ “การเหมารวม” ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดก็คือ “ที่บริษัทผม พนักงานหลายคน จบมหาวิทยาลัย XYZ ซึ่งทำงานเก่งมากๆ เลย ดังนั้น คนที่จบจาก XYZ นี่ต้องเก่งทุกคนแน่นอน” ซึ่งจริงๆแล้ว Fallacy อาจจะมีซ้ำๆ กันได้ อย่างเรื่องนกเพนกวิ้น ก็เป็นการอ้างเหตุผล แบบ เหมารวมได้เช่นกัน

 

5. False dilemma – การอ้างเหตุผลซึ่งอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เป็นการอ้างเหตุผลโดยบีบให้มีทางเลือกน้อยลง เหมือนอยู่ในภาวะที่กลื่นไม่เข้า คายไม่ออก กรณีที่เด่นชัดมากที่เรารู้ๆ กันนั้นคือ เมื่อเกิดเหตุการณ์ คนเสื้อแดงบุกยึดสถานที่ต่างๆ มีคนไม่เห็นด้วยออกมากล่าวประนามคนเสื่อแดง ก็จะถูกมองว่าคนที่ออกมาประนามนั้นเป็นคนเสื้อเหลือง..!? ทั้งที่จริงๆ แล้ว เขาอาจจะไม่ได้เป็นเสื้อสีไหนก็ได้ แต่เพราะการบีบให้มีทางเลือกน้อยลง ของการอ้างเหตุผล เพราะฝั่งตรงข้ามเสื้อแดงก็คือเสื้อเหลือง จึงใช้เป็นการอ้างเหตุผลแบบนี้

 

3. Fallacy of begging question – การเอาคำถามเป็นคำตอบ
การอ้างเหตุผลแบบนี้เป็นสิ่งที่ เมื่อเจอแล้วค่อนข้างจะหงุดหงิด เพราะมันเหมือนเป็นการ วนลูปคำถามคำตอบ ตัวอย่างเช่น เด็กถามผู้ใหญ่ว่า ทำไมเด็กต้องมีความกตัญญู ผู้ใหญ่ตอบว่า เพราะความกตัญญูเป็นคุณธรรมที่เด็กต้องมี !? หรือ นาย A ถาม นาย B ว่า ทำไมนายถึงเรียนเก่ง นาย B ตอบกลับว่า เพราะกูเก่ง เอิ่ม…!?

 

4. Fallacy of false cause – การอ้างเหตุผลโดยใช้เหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
Fallacy แบบนี้มีหลายประเภทมาก แยกได้หลายส่วน แต่หลักๆ จะเป็นการใช้เหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกัน อย่างเช่น “ฉันได้ยินเสียงฝนตกข้างนอกบ้าน แสดงว่าแดดต้องไม่ส่องแน่ๆ !?

 

มีกรณีพิเศษของ Fallacy แบบใช้เหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกัน นั้นคือ post hoc ergo propter hoc การอ้างเหตุผลที่ว่า เพราะสิ่งนี้เกิด..สิ่งนี้จึงเกิด โดยเอาผลที่เกิดขึ้นมาโยงให้เป็นสาเหตุ อย่างเช่น “เด็นคนนี้ชอบเล่นเกมส์ทีมีความรุนแรงอย่าง GTA จากนั้นเขาไปเป็นฆาตกร จึงสรุปว่า เกมส์เป็นสาเหตุให้เด็กเป็นฆาตกร !?” หรือการอ้างถึงความเป็นธรรมให้หนัง AV “ในประเทศญี่ปุ่นมีทัศนคติเปิดกว้างอย่างมากเกี่ยวกับหนังโป๊ ประเทศญี่ปุ่นมีอาชญากรรมทางเพศต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ดังนั้นหนังโป๊ช่วยลดอาชญากรรมทางเพศ !?” การอ้างเหตุผลเหล่านี้ ล้วนเอาผลที่เกิดขึ้นมาโยงไป ให้เป็นสาเหตุทั้งที่จริงๆ แล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากที่เป็นสาเหตุ หรืออีกกรณีที่ประเทศเราพบได้บ่อยมากคือ “นายแดงพบกับตะกวดสามขา จากนั้นก็ถูกหวยทุกงวด ข่าวนสพ จึงนำไปเขียนพาดหัวแล้วสรุปว่า นายแดงรวย เพราะตะกวดเป็นตัวนำโชค..!?

 

วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนละกันครับ มันมีเยอะมาก 555+ อยากจะเขียนต่อ แต่อ่านไปบางอันก็งง เอง ลองไปอ่านในกระทู้พันทิพต่อละกันครับ แหะๆ อย่างน้อยคุณจะได้ไม่อ้างเหตุผลแบบพวกนี้ . ..